แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ difference แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ difference แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เกอิชา นาฏนารี #16: เกอิชา และ โออิรัน

     ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมอันเป็นที่แปลกหูแปลกตาอยู่มากมาย และเมื่อกล่าวถึงประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่จะเข้ามาในความคิดของเราก็คือหญิงคณิกาสไตล์ญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งก็คงมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดและแยกไม่ออกระหว่าง "หญิงคณิกา" และ "เกอิชา" โดยเรื่องราวของหญิงสาวเหล่านี้ได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างมากผ่านภาพยนตร์เรื่อง "Memoirs of a Geisha" ในปี 2005
     ในญี่ปุ่นก็เหมือนกับหลายประเทศอื่นๆ ที่มีเรื่องราวของหญิงคณิกาปรากฏในประวัติศาสตร์ โออิรัน (花魁 : Oiran) เป็นชื่อเรียกของหญิงคณิกาสมัยญี่ปุ่นโบราณ แม้ปัจจุบันเราอาจได้ยินถึงการมีอยู่จริงของพวกเธอบ้าง แต่ก็มีจำนวนน้อยลงมากและพวกเธอก็ไม่ได้ทำหน้าที่ในการขายบริการเช่นสมัยก่อนแล้ว

ประวัติศาสตร์ของเกอิชาและโออิรัน
     ในสังคมตะวันตก เกอิชาเป็นที่รู้จักมากกว่าโออิรันมาก ซึ่งบทบาท หน้าที่ และลักษณะของพวกเธอมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ยุครุ่งเรืองของ โออิรัน คือต้นยุค Edo (ค.ศ.1600-1868) ในยุคนั้นพวกเธอเปรียบเสมือนผู้ให้ความบันเทิงและผู้มีชื่อเสียงระดับ Superstars ในทางตรงกันข้าม เกอิชาเป็นผู้ทำงานอยู่เบื้องหลังและถูกออกกฎให้สามารถแต่งตัวได้เพียงเรียบๆ เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นที่โดดเด่นแข่งกับโออิรัน โออิรันเป็นหญิงสาวที่ได้รับการศึกษาในศิลปะหลากแขนง และพวกเธอก็ยังได้รับการเคารพยกย่องจากการประกอบอาชีพนี้ ย้อนไปในอดีต การจะเรียกใช้บริการโออิรันได้นั้นต้องใช้เงินมหาศาล เรียกได้ว่าเทียบได้กับเงินรายรับทั้งปีของคนทั่วไปก็ว่าได้ แต่กระนั้น ไม่ว่าคุณจะมีเงินจ่ายมากเท่าไหร่ แต่โออิรันก็มีสิทธิ์ปฏิเสธแขกได้หากคนๆ นั้นดูไม่น่าเชื่อถือ
     เกอิชายังคงมีอยู่จริงมาจนถึงปัจจุบัน ตรงข้ามกับอาชีพโออิรันจริงๆ ที่ได้หายไปจากสังคมญี่ปุ่นปัจจุบันตั้งแต่มีการกำหนดให้การค้าบริการทางเพศเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีการพยายามรักษาวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ให้ยังคงมีชีวิตผ่านขบวนโออิรัน (花魁道中 : Oiran Douchuu) ที่สมัยก่อนก็มีการเดินขบวนโออิรันไปรอบๆ เขตของพวกเธอเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งก็จะเป็นการโฆษณาบริการของพวกเธอไปในตัว ปัจจุบันยังมีการจัดการเดินขบวนโออิรันบ้างเป็นครั้งคราวตามงานเทศกาลในจังหวัดต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น และที่โด่งดังมากที่สุดก็คือขบวนโออิรันในเขต Asakusa จังหวัดโตเกียว (江戸吉原花魁道中) และในเทศกาล Tsubame Sakura (つばめ桜祭り) จังหวัด Nigata 
     และต่อไปนี้คือข้อแตกต่างของเกอิชาและโออิรัน ที่จะช่วยให้คุณแยกพวกเธอออกจากกันได้ง่ายขึ้น

1. กิโมโน (着物 : Kimono)

     เกอิชาแต่งตัวเรียบร้อยเรียบง่ายเสมอ และไม่สามารถสวมกิโมโนที่มีการสะท้อนแสงออกมาเป็นแวบๆ ได้ แต่สำหรับโออิรัน ทุกอย่างดูเหมือนจะตรงกันข้าม โออิรันต้องแต่งตัวให้ดูหรูหราฟุ่มเฟือยเพื่อดึงดูดความสนใจจากแขก ปกติพวกเธอจะสวมกิโมโนที่มีการสร้างลายจากแผ่นทองหรือดิ้นทองผสมผสานกับสีสันที่ฉูดฉาด ส่วนในเรื่องคุณภาพของกิโมโนที่สวมใส่ก็แตกต่างกัน เกอิชามักสวมกิโมโนที่มีราคาแพง แต่ก็ยังถูกกว่ากิโมโนของโออิรันที่ต้องทำด้วยผ้าไหมแท้ทั้งชุด โดยโออิรันตำแหน่งสูงสุดจะถูกเรียกว่า Tayuu (
太夫) โออิรันในขั้นนี้จะสวมกิโมโนหรูหราทับด้านนอกอีกชั้นที่เรียกว่า Uchikake (打掛) ซึ่่งอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแตกต่างอย่างชัดเจนของเกอิชาและโออิรันคือ เกอิชาจะผูกเงื่อนโอบิด้านหลัง แต่โออิรันจะผูกไว้ด้านหน้า กล่าวกันว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้สะดวกต่อการให้บริการของพวกเธอที่ต้องสวมและถอดกิโมโนบ่อยครั้ง ซึ่งน้ำหนักชุดทั้งหมดของโออิรันอาจมากถึง 20 กิโลกรัมเลยทีเดียว

2. ทรงผม (日本髪 : Nihongami)
     เกอิชาจะทำผมหรือสวมวิกทรงที่เรียบง่าย แต่โออิรันมักทำผมหรือสวมวิกให้ดูอลังการพร้อมประดับเครื่องประดับมากมายเสมอ ทั้งปิ่น (かんざし
 : Kanzashi) และเครื่องประดับผมทั้งสีทองและสีสันอื่นๆ วิกที่โออิรันนิยมสวมคือทรง Date-hyogo (伊達兵庫) ที่มีการมัดผมเป็นโบว์ด้านหลังอย่างชัดเจน ในขณะที่เกอิชาจะไม่ทำเช่นนั้น โดยเฉพาะส่วนผมของโออิรันก็มีน้ำหนักถึง 10 กิโลกรัม ทำให้ชุดทั้งหมดรวมผมและเครื่องประดับของโออิรันมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 30 กิโลกรัม

(ขอขอบคุณรูปภาพจาก ta_ta999 - blog)
เกอิชามักสวมวิกทรง Taka-shimada

(ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pinterest)
โออิรันมักสวมวิกทรง Date-hyogo

3. รองเท้า
     ทั้งเกอิชาและโออิรันสวมรองเท้าไม้ (下駄
 : Geta) เหมือนกัน แต่ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ความสูงของรองเท้า โดยเกอิชาจะมักสวมรองเท้าไม้ที่ไม่ต่างจากรูปแบบทั่วไปนัก แต่รองเท้าของโออิรันจะสูงราว 15 เซนติเมตร ทำเช่นนี้เพื่อให้แน่ใจว่าขณะเดินขบวนจะไม่มีใครอยู่สูงกว่าโออิรันและเพื่อให้แขกมองเหห็นเธออย่างทั่วถึง โดยการเดินของโออิรันจะมีลักษณะพิเศษที่เรียกว่า Soto-Hachi-Monji (外八文字) แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะของ "หญิงที่งาม 8 ด้าน"

(ขอขอบคุณวิดีโอจาก tane_temiya1969 on Youtube)
ขบวนโออิรัน กับวิธีการเดินอันเป็นเอกลักษณ์

4. เท้า

     ย้อนไปในสมัย Edo การเดินเท้าเปล่าโดยไม่สวมถุงเท้าในที่ส
าธารณะถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรนัก ในขณะที่เกอิชาสวมถุงเท้า Tabi (足袋) เสมอ โออิรันกลับไม่สวมถุงเท้าแม้ว่าจะเป็นฤดูหนาวก็ตาม กล่าวกันว่าเมื่อชายหนุ่มเห็นเท้าเปล่าๆ ของเธอก็จะเริ่มรู้สึกคลั่งและหลงใหลในตัวโออิรัน ซึ่งในปัจจุบันบางครั้งก็มีการทาแป้งขาวลงบนทุกส่วนของร่างกายที่ไม่ได้ถูกปกคลุมโดยกิโมโนด้วย

Fumiou, Tai Sakura Okiya
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก adventuresofanette - blog และ www.tsunagujapan.com

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เกอิชา นาฏนารี #15: เกโกะ และ เกอิชา

     เกอิชา (芸者 : Geisha) คำนี้มาจากอักษรสองตัว "Gei ()" แปลว่าศิลปะ "Sha ()" แปลว่าบุคคล ดังนั้นเกอิชาจึงแปลว่า "บุคคลผู้แสดงศิลปะ" ใช้เรียกกันทั่วไป โดยเฉพาะในโตเกียว
     เกโกะ (芸子 : Geiko) เป็นคำที่ใช้เรียกเกอิชาในแถบเกียวโต มีความหมายตรงตัวว่า "หญิงสาวผู้แสดงศิลปะ"
     ต่อไปนี้คือวิธีง่ายๆ ที่จะใช้แยกความแตกต่างระหว่างเกอิชาและเกโกะ

(ขอขอบคุณรูปภาพจาก geisha-kai on Tumblr)
เกอิชา Chifumi ในโตเกียว
(ขอขอบคุณรูปภาพจาก koimaiko_satsuki on Instagram)
เกโกะ Satsuki ในเกียวโต

1. ทรงผม (日本髪 : Nihongami)
     ทั้งเกอิชาและเกโกะจะสวมวิกทรง Taka Shimada (高島田) เหมือนกันแต่อาจมีแตกต่างกันบ้างในบางโอกาส
     โดยทั่วไปเกโกะจะสวมวิกทรง Taka Shimada เสมอ(ยกเว้นในโอกาสพิเศษ หรือด้วยรสนิยมส่วนตัวของเกโกะที่อาวุโสมาก) ส่วนเกอิชาสามารถสวมวิกได้ทั้งทรง Taka Shimada และ Tsubushi Shimada (つぶし島田) ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขั้นของเกอิชาแต่ละคน

(ขอขอบคุณรูปภาพจาก kotobank.jp)
Tsubushi Shimada (ซ้าย) Taka Shimada (กลาง) และ Nage Shimada (投げ島田) (ขวา)

2.
กิโมโน (着物 : Kimono)
     เกโกะในเกียวโตทุกคนจะสวมกิโมโนที่ยาวลากพื้น เรียกว่า Hikizuri (
引きずり) แต่หากได้รับขั้น Natori (ขั้นที่สูงขึ้นของเกโกะ) เธอก็สามารถเลือกสวมกิโมโนสีดำที่ยาวน้อยลงลงได้
     ในโตเกียว เกอิชาที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานจะสวมกิโมโนทั่วไปที่ไม่ยาวลากพื้น และจะได้รับกิโมโนที่ยาวขึ้นเมื่อพวกเธอมีประสบการณ์มากขึ้น

3. โอบิ (帯 : Obi)
     เกโกะจะผูกโอบิด้วยเงื่อน Taiko (
太鼓結び) ในโอกาสทั่วไป ส่วนเกอิชาในโตเกียวจะมัดเงื่อนที่ต่างออกไป ใน Asakusa เกอิชารุ่นน้องจะผูกด้วยเงื่อน Taiko แต่เกอิชาอาวุโสที่มีประสบการณ์มากกว่าจะผูกโอบิด้วยเงื่อน Tsunodashi (角出し結び) และเกอิชาทุกคนจะผูกเงื่อน Yanagi (柳結び) ในโอกาสพิเศษ

(ขอขอบคุณรูปภาพจาก shiomi.info)
เงื่อน Taiko (ซ้าย) เงื่อน Yanagi (กลาง) และเงื่อน Tsunodashi(ขวา)

4. ปกกิโมโน (衿 : Eri)
     ทั้งเกโกะและเกอิชาสวมปกกิโมโนสีขาวด้านในเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เกอิชาจะไม่สวมปกกิโมโนสีขาวในฤดูร้อน ในขณะที่เกโกะจะสวมตลอดทั้งปี

Fumiou, Tai Sakura Okiya
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Geisha kai - blog

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกอิชา นาฎนารี #14: เกโกะ และ ไมโกะ

     เกโกะ (芸子 : Geiko)คือผู้ให้ความบันเทิงด้วยศิลปะ พวกเธอเป็นศิลปินชั้นสูงที่อุดมไปด้วยความสามารถและความงดงาม
     ไมโกะ (舞妓 : แปลตรงตัวว่า เด็กร่ายรำ) คือเกอิชาฝึกหัด โดยเริ่มการฝึกตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นตอนกลางถึงอายุ 20 ปี หลังจากสิ้นสุดการฝึกฝนของไมโกะ พวกเธอจะได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นเป็นเกอิชาในพิธี Erikae (衿替え : และตรงตัวว่า เปลี่ยนปกกิโมโน)
     โดยคำว่าไมโกะและเกโกะ เป็นคำที่ใช้เรียกเกอิชาในแถบคันไซ เช่น เกียวโต นะระ และต่อไปนี้คือวิธีง่ายๆ ที่จะใช้แยกความแตกต่างระหว่างไมโกะและเก
โกะ

(ขอขอบคุณรูปภาพจาก PinkCyborn13 on Twitter)
เกโกะ Mamemaru (ซ้าย) และไมโกะ Mamesumi (ขวา)
สังเกตเห็นความแตกต่างบ้างไหมคะ

1. ทรงผม (日本髪 : Nihongami)

     ไมโกะจะมีผมที่รวบตึงอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เกโกะไม่ต้องทนกับความลำบากนี้
     ไมโกะทำผมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม (日本髪 : Nihongami) ด้วยผมจริงของพวกเธอ ส่วนเกอิชาส่วนใหญ่แล้วจะสวมวิก การทำผมจริงของไมโกะจะนำความลำบากมาให้หลายด้าน โดยเฉพาะการรักษาทรงผมนี้ให้สวยงามต่อไป แม้แต่เวลานอน พวกเธอจะนอนบนหมอนสูงที่ใช้หนุนบริเวณคอ (高枕 : Takamakura) และทำผมใหม่ทุกๆ 5-7 วัน
     การทาแป้งขาวลงบนหน้าและคอของไมโกะ จะเว้นที่บริเวณโคนผมส่วนล่างด้านหลังให้เห็นสีผิวจริงอยู่เล็กน้อย ส่วนเกโกะจะมัดผมจริงของเธอขึ้นสูง ทาแป้งจนถึงโคนผมแล้วจึงสวมวิก โดยไมโกะจะทำผมหลักๆ 5 ทรง ขึ้นอยู่กับระดับขั้นของเธอ

2. เครื่องประดับผม (かんざし : Kanzashi)
     ไมโกะจะประดับผมด้วยเครื่องประดับผมชิ้นใหญ่ เป็นดอกไม้จากผ้า เรียกว่า Kanzashi (かんざし) โดยจะเปลี่ยนชนิดของดอกไม้ทุกเดือนตามฤดูกาล ส่วนเกโกะจะเสียบเครื่องประดับที่เรียบง่ายกว่า และปริมาณน้อยกว่า
     ตามประวัติศาสตร์ มีความเชื่อว่า Kanzashi จะใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวได้ เนื่องมาจากขาปิ่นที่มีความแหลมคมนั่นเอง


3. การแต่งหน้า (白粉 : Oshiroi)
(ขอขอบคุณรูปภาพจาก fragrantolive11 on Instagram)
ไมโกะ Yuriha, Mameaki, Mametama, Tatsuha และ Mamesaya
ไมโกะรุ่นน้องที่เพิ่งเริ่มงานเป็นปีแรก ได้รับอนุญาตให้ทาปากสีแดงเฉพาะริมฝีปากล่างเท่านั้น
(ยกเว้นบางกรณีในเขต Pontocho) โดยมีเหตุผลว่าการทาปากลักษณะนี้จะแสดงถึงความเป็นเด็ก

     ไมโกะและเกโกะจะแต่งหน้าคล้ายๆ กัน อย่างไรก็ตาม ไมโกะมีการใช้แป้งสีแดงหรือชมพูแต้มเพื่อไล่สีกับสีขาวบริเวณรอบตาและแก้มด้วย


4. กิโมโน (着物 : Kimono)

     กิโมโนของไมโกะนั้นมีสีสันและมีลวดลายมากกว่าของเกโกะ และยังมีแขนกิโมโนที่ยาวกว่ามากด้วย คล้ายๆ กับกิโมโน Furisode (振り袖 : กิโมโนแขนยาว) ส่วนเกโกะจะสวมกิโมโนแขนสั้นที่มีสีสันน้อยกว่า แต่เน้นให้มีมีลวดลายวิจิตรงดงามแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่

5. โอบิ (帯 : Obi)
     โอบิของไมโกะมีความกว้าง (1 ฟุตเป็นอย่างน้อย) และยาวมาก (5-6 เมตร) ใช้ผูกกิโมโนด้วยเงื่อน Darari (だらりの帯 : Darari no Obi) ส่วนเกอิชานั้นใช้โอบิแบบสั้นกว่า และผูกด้วยเงื่อน Otaiko (お太鼓結び : Otaiko musubi) ธรรมดา

6. ปกกิโมโน (衿 : Eri)

ปกกิโมโนของไมโกะ
(ขอขอบคุณรูปภาพจาก tomtombeat on Instagram และ tigertakashi on Instagram)
ไมโกะรุ่นน้อง Chikasuzu และไมโกะอาวุโส Fumiyoshi
มีกฎว่า ไมโกะรุ่นน้อง (ปี1-3) จะสวมปกกิโมโนที่มีลวดลายเน้นสีแดง ส่วนไมโกะอาวุโส (ปี3-6) จะสวมปกกิโมโนสีขาวล้วน

ความแตกต่างของปกกิโมโนทางด้านหลัง
(ขอขอบคุณรูปภาพจาก fragrantolive11 on Instagram และ minerinhane on Instagram)
ไมโกะ Hinayuu และเกโกะ Korin
ปกด้านหลังของไมโกะเป็นสีแดงเสมอ (ไม่ว่าจะเป็นไมโกะมากี่ปีแล้วก็ตาม)
ส่วนปกด้านหลังของเกโกะจะเป็นสีขาวเสมอ

     ปกกิโมโนของไมโกะมักมีลวดลาย โดยไมโกะรุ่นน้องจะสวมปกสีแดงปักลวดลายต่างๆ ส่วนไมโกะอาวุโสจะใช้ปกสีขาวเมื่อมองจากด้านหน้า และเป็นสีแดงเสมอเมื่อมองจากด้านหลัง ส่วนปกกิโมโนของเกโกะจะเป็นสีขาวล้วนทั้งด้านหน้าและหลัง

7. รองเท้า
     ไมโกะมักสวมรองเท้าแบบสูง เรียกว่า Okobo (おこぼ) ส่วนเกโกะจะสวมรองเท้าเกี๊ยะทำขึ้นพิเศษที่สูงน้อยกว่า เรียกว่า Komachi-geta (小町下駄) แต่ในโอกาสที่ทั้งไมโกะและเกโกะต้องเดินในระยะทางไกลๆ พวกเธอก็จะเลือกสวมรองเท้า Zori (草履) แทน

Fumiou, Tai Sakura Okiya
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Japan-talk